ประเพณีแต่ละภาคของไทย
ประเพณีเกิดจากความเชื่อ
อาจเป็นความเชื่อในสิ่งที่ที่มีอำนาจเหนือมนุษย์ เช่น
อำนาจของดินฟ้าอากาศหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด
ประเพณีมักเริ่มที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งก่อน
เมื่อได้ปฏิบัติจนเป็นนิสัย เช่น ความเคยชินแล้ว และเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี
อาจชักชวนให้บุคคลอื่นหรือกลุ่มอื่นปฏิบัติตาม หรือกลุ่มอื่นเห็นดีเห็นงามด้วย
แล้วปฏิบัติตามสืบต่อกันมา นิสัยหรือการปฏิบัติที่สืบทอดกันมานานก็กลายเป็นประเพณี
เช่น
ชาวเอสกิโมปล่อยให้คนชราตายบนน้ำแข็งโดยมีความคิดว่าคนชราไม่สามารถเดินทางไปหาที่อยู่ใหม่ไกลๆ
เพื่อหาอาหารและเพื่อการมีชีวิตอยู่ได้
ประเพณีของภาคอีสาน
ประเพณีบุญบั้งไฟ
บุญบั้งไฟมีตำนานเล่าขานมานาน
จากนิทานพื้นบ้านเรื่องผาแดงนางไอ่ เรื่องพระยาคันคาก
ล้วนแต่กล่าวถึงการจุดบั้งไฟเพื่อให้แถน (เทวดา) ได้บันดาลให้ฝนตกตามฤดูกาล ถือเป็นประเพณีอันสำคัญที่จะละเลยมิได้
เพราะมีความเชื่อว่า
หากหมู่บ้านใดไม่จัดงานบุญบั้งไฟก็อาจจะก่อให้เกิดภัยภิบัติแก่ผู้คนในชุมชน
งานบุญบั้งไฟเป็นงานใหญ่ ลงทุนสูง การจัดงานจะต้องเป็นไปตามการตัดสินใจของชุมชน
หากปีใดเศรษฐกิจในชุมชนฝืดเคืองอาจจะต้องงดจัดงาน ซึ่งต้องไปทำพิธีขอเลื่อนการจัดที่ศาลปู่ตา
(ศาลผีบรรพบุรุษหรือเทพารักษ์) ของหมู่บ้าน
ความจริงแม้จะจัดหรือไม่ก็ต้องมีการไปกระทำพิธีเซ่นไหว้ที่ศาลปู่ตาอยู่ดี
ประเพณีของภาคเหนือ
ประเพณีเลิ้ยงผี
เป็น ประเพณีดั้งเดิมของชาวเมืองลำปาง
โดยจะจัดให้มีขึ้นระหว่างเดือน 6 เหนือ จนถึงเดือน 8 ของทุกๆ ปี เพื่อทำพิธีเซ่นสรวงวิญญาณบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว
เมื่อถึงวันทำพิธี
ผู้ที่เป็นหัวหน้าครอบครัวและญาติมิตรก็จะนำเครื่องอุปโภคบริโภคไปถวายผี
บรรพบุรุษของตน โดยจะทำพิธีแยกออกเป็น 2 แบบ
คือการเลี้ยงผีผู้ที่ตายไปแล้ว โดยการฟ้อนรำอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า
"ผีมด" และ"ผีเม้ง"
ประเพณีของภาคกลาง
ประเพณีพระแข
ประเพณีของภาคใต้
ประเพณีการแข่งโพน
วัดต่าง
ๆ เตรียมทำบุษบก หุ้มโพน และเริ่มการคุมโพนเพื่อเป็นการประกาศ
ให้ชาวบ้านรู้ว่า ทางวัดจะจัดให้มีการชักพระ ต่อมามีการโต้เถียงเกี่ยวกับเสียงโพน จึงคิดเล่นสนุกสนานมากขึ้น มีการท้าพนันกันบ้างว่า ผู้ตีโพนคนใดเรี่ยวแรงดีที่สุด ลีลาท่าทางการตีดีที่สุด โพนวัดใดเสียงดังมากที่สุด จึงมีการแข่งขันตีโพนกันขึ้น
ในระยะ แรก ๆ เข้าใจว่า คงตีแข่งขันภายในวัดและค่อยขยายออกมาภายนอกวัด เพิ่มจำนวนโพนขึ้น จัดประเภทและมีกติกามากขึ้น การคิดเล่นสนุกสนานเหล่านี้ ทำให้มีการแข่งโพนกันอย่างกว้างขวางในระยะหลัง และกลายเป็นประเพณีท้องถิ่น
ที่สืบต่อกันมา ปัจจุบันการแข่งโพนเป็น กิจกรรมการละเล่นที่สำคัญของจังหวัดพัทลุง
ให้ชาวบ้านรู้ว่า ทางวัดจะจัดให้มีการชักพระ ต่อมามีการโต้เถียงเกี่ยวกับเสียงโพน จึงคิดเล่นสนุกสนานมากขึ้น มีการท้าพนันกันบ้างว่า ผู้ตีโพนคนใดเรี่ยวแรงดีที่สุด ลีลาท่าทางการตีดีที่สุด โพนวัดใดเสียงดังมากที่สุด จึงมีการแข่งขันตีโพนกันขึ้น
ในระยะ แรก ๆ เข้าใจว่า คงตีแข่งขันภายในวัดและค่อยขยายออกมาภายนอกวัด เพิ่มจำนวนโพนขึ้น จัดประเภทและมีกติกามากขึ้น การคิดเล่นสนุกสนานเหล่านี้ ทำให้มีการแข่งโพนกันอย่างกว้างขวางในระยะหลัง และกลายเป็นประเพณีท้องถิ่น
ที่สืบต่อกันมา ปัจจุบันการแข่งโพนเป็น กิจกรรมการละเล่นที่สำคัญของจังหวัดพัทลุง





.jpg)



.jpg)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น