วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2556

ประเพณีแต่ละภาคของไทย

ประเพณีแต่ละภาคของไทย

  ประเพณีเกิดจากความเชื่อ อาจเป็นความเชื่อในสิ่งที่ที่มีอำนาจเหนือมนุษย์ เช่น อำนาจของดินฟ้าอากาศหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด ประเพณีมักเริ่มที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งก่อน เมื่อได้ปฏิบัติจนเป็นนิสัย เช่น ความเคยชินแล้ว และเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี อาจชักชวนให้บุคคลอื่นหรือกลุ่มอื่นปฏิบัติตาม หรือกลุ่มอื่นเห็นดีเห็นงามด้วย แล้วปฏิบัติตามสืบต่อกันมา นิสัยหรือการปฏิบัติที่สืบทอดกันมานานก็กลายเป็นประเพณี เช่น ชาวเอสกิโมปล่อยให้คนชราตายบนน้ำแข็งโดยมีความคิดว่าคนชราไม่สามารถเดินทางไปหาที่อยู่ใหม่ไกลๆ เพื่อหาอาหารและเพื่อการมีชีวิตอยู่ได้ 

ประเพณีของภาคอีสาน
  ประเพณีบุญบั้งไฟ




     บุญบั้งไฟมีตำนานเล่าขานมานาน จากนิทานพื้นบ้านเรื่องผาแดงนางไอ่ เรื่องพระยาคันคาก ล้วนแต่กล่าวถึงการจุดบั้งไฟเพื่อให้แถน (เทวดา) ได้บันดาลให้ฝนตกตามฤดูกาล ถือเป็นประเพณีอันสำคัญที่จะละเลยมิได้ เพราะมีความเชื่อว่า หากหมู่บ้านใดไม่จัดงานบุญบั้งไฟก็อาจจะก่อให้เกิดภัยภิบัติแก่ผู้คนในชุมชน งานบุญบั้งไฟเป็นงานใหญ่ ลงทุนสูง การจัดงานจะต้องเป็นไปตามการตัดสินใจของชุมชน หากปีใดเศรษฐกิจในชุมชนฝืดเคืองอาจจะต้องงดจัดงาน ซึ่งต้องไปทำพิธีขอเลื่อนการจัดที่ศาลปู่ตา (ศาลผีบรรพบุรุษหรือเทพารักษ์) ของหมู่บ้าน ความจริงแม้จะจัดหรือไม่ก็ต้องมีการไปกระทำพิธีเซ่นไหว้ที่ศาลปู่ตาอยู่ดี

ประเพณีของภาคเหนือ
   ประเพณีเลิ้ยงผี



       เป็น ประเพณีดั้งเดิมของชาวเมืองลำปาง โดยจะจัดให้มีขึ้นระหว่างเดือน 6 เหนือ จนถึงเดือน 8 ของทุกๆ ปี เพื่อทำพิธีเซ่นสรวงวิญญาณบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว เมื่อถึงวันทำพิธี ผู้ที่เป็นหัวหน้าครอบครัวและญาติมิตรก็จะนำเครื่องอุปโภคบริโภคไปถวายผี บรรพบุรุษของตน  โดยจะทำพิธีแยกออกเป็น 2 แบบ คือการเลี้ยงผีผู้ที่ตายไปแล้ว โดยการฟ้อนรำอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า "ผีมด" และ"ผีเม้ง"  


ประเพณีของภาคกลาง
  ประเพณีพระแข



ประเพณีพระแขของชาวจังหวัดสุพรรณบุรี มักนิยมทำในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ตรงกับวันลอยกระทง โดยทำขึ้นที่วัดสุวรรณนาคี
แขเป็นภาษาเขมร แปลว่า ดวงจันทร์, พระจันทร์อาจกล่าวได้ว่าประเพณีพระแข คือ งานไหว้พระจันทร์นั่นเอง ประเพณีไทยนี้ถือ ปฏิบัติกันมาช้านาน เข้าใจว่าชาวจังหวัดสุพรรณบุรีคงจะได้รับคตินิยมแบบนี้มาจากกัมพูชา เล่าต่อๆ กันมาว่า ประเพณีนี้ทำขึ้นเพื่อเสี่ยงทายในเวลาเกิดทุพภิกขภัยข้าวยากหมากแพง โดยจะเสี่ยงทายด้วยต้นเทียนที่เซ่นบูชาแล้ว เพื่อให้ทราบว่าในฤดูหนึ่งๆ จะมีดินฟ้าอากาศเป็นอย่างไร เมื่อเสี่ยงทายและทราบผลแล้วจะได้เตรียมเครื่องมือในการเกษตรให้เหมาะสมกับ ฤดูนั้นๆ ต่อไป


ประเพณีของภาคใต้

  ประเพณีการแข่งโพน




     
      วัดต่าง ๆ เตรียมทำบุษบก หุ้มโพน และเริ่มการคุมโพนเพื่อเป็นการประกาศ
ให้ชาวบ้านรู้ว่า ทางวัดจะจัดให้มีการชักพระ ต่อมามีการโต้เถียงเกี่ยวกับเสียงโพน จึงคิดเล่นสนุกสนานมากขึ้น มีการท้าพนันกันบ้างว่า ผู้ตีโพนคนใดเรี่ยวแรงดีที่สุด ลีลาท่าทางการตีดีที่สุด โพนวัดใดเสียงดังมากที่สุด จึงมีการแข่งขันตีโพนกันขึ้น
ในระยะ แรก ๆ เข้าใจว่า คงตีแข่งขันภายในวัดและค่อยขยายออกมาภายนอกวัด เพิ่มจำนวนโพนขึ้น จัดประเภทและมีกติกามากขึ้น การคิดเล่นสนุกสนานเหล่านี้ ทำให้มีการแข่งโพนกันอย่างกว้างขวางในระยะหลัง และกลายเป็นประเพณีท้องถิ่น
ที่สืบต่อกันมา ปัจจุบันการแข่งโพนเป็น กิจกรรมการละเล่นที่สำคัญของจังหวัดพัทลุง



อ้างอิง https://www.google.co.th/webhp?

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น